Uncategorized

ธุรกิจร้านอาหาร ปรับตัวให้ไว ประคองธุรกิจรอดพ้นยุคโควิด-19

การปรับตัวของร้านอาหารยุคโควิท

ในยุคของโรคระบาด ผลกระทบส่งผลไปยังผู้คนทุกพื้นที่เราทุกคนเผชิญกับโรคระบาดโควิดมานานมากแล้วจนกระทั่งปัจจุบันก็ไม่มีทีท่าว่าโรคระบาดนี้จะหายไปง่ายๆ โดยล่าสุดนี้ “รัฐบาล ได้ออกมาประกาศข้อกำหนด การใช้มาตรการเร่งด่วนเพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่เป้าหมายเฉพาะ 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกรุงเทพมหานคร สมุทปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ” ให้เป็นพื้นที่เข้มงวดเพื่อระงับการเเพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่ให้แพร่กระจายเป็นวงกว้าง โดยมีข้อสรุปของมาตรการได้ดังนี้

พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2564 ให้มีการปฏิบัติเริ่ม 28 มิถุนายน อย่างน้อย 30 วัน มาตรการณ์ดังกล่าวมีข้อกำหนดดังนี้

1.ปิดสถานที่พักอาศัยชั่วคราว สำหรับคนงานทั้งภายในและภายนอก สถานที่ก่อสร้างรวมทั้งให้หยุดงานก่อสร้าง และห้ามการเดินทางและเคลื่อนย้ายแรงงานเป็นการชั่วคราวอย่างน้อย 30 วัน
2.ให้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเฉพาะนำกลับไปบริโภคที่บ้าน
3.ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ เปิดดำเนินการได้ถึง เวลา 21.00 น. งดการจัดกิจกรรมในพื้นที่ โรงมหรสพ โรงภาพยนตร์ สวนน้ำ งดนั่งรับประทานในศูนย์อาหาร
4.งดกิจกรรมกลุ่มที่เกิน 20 คน เว้นแต่ได้รับอนุญาติจากเจ้าหน้าที่
5.ตั้งจุดตรวจเพื่อคัดกรองการเดินทางเข้า-ออก ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ คือ นราธิวาส ปัตตานี ยะลาและสงขลา รวมถึงกรุงเทพมหานคร และ 5 จังหวัดปริมณฑล คือ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร

จากมาตรการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อรายได้เลี้ยงชีพของประชาชนและรายได้ของผู้ประกอบการอย่างแน่นอนอยู่แล้ว แต่หากไม่ปฏิบัติตามแน่นอนว่านั้นคือการละเมิดข้อปฏิบัติผิดมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เราซึ่งเป็นประชาชนผู้อยู่ภายใต้การปกครองโดยรัฐบาลนั้นต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของโรคระบาด ข้อกำหนดนั้นย่อมส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจไม่น้อยเลย อาจทำให้ธุรกิจบอบช้ำอย่างสาหัสได้เลย แต่ในเมื่อไม่มีทางอื่นนอกจากต้องปฏิบัติตามแล้ว ลองมองหาทางออกในการดูแลธุรกิจของท่านให้บอบช้ำน้อยที่สุด เมื่อผ่านช่วงวิกฤตินี้ไปจะได้ฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น

กล่าวถึงธุรกิจอาหารแล้วเมื่อมีมาตรการณ์ให้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม เฉพาะนำกลับไปบริโภคที่บ้านเท่านั้น ย่อมทำให้ลูกค้าลดลงและยอดจำหน่ายลดลงตามไปด้วย การวางแผนรับมือที่ไม่สามารถทำได้อย่างทันท่วงที ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับตัวเพื่อเข้าสู่สภาวะการเงินหยุดชะงักเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอาจทำให้ผู้ประกอบการหลายรายไม่สามารถประคองธุรกิจของตนเองให้ผ่านช่วงเวลานี้ไป นอกจากตัวผู้ประกอบการแล้วพนักงาน ลูกจ้างเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกันผลกระทบที่ส่งถึงกันเป็นทอดๆ สิ่งที่ควรทำที่สุดในช่วงยากลำบากเช่นนี้ก็คงต้องพยายามแก้ปัญหาสำหรับธุรกิจของตนเองให้ได้มากที่สุด

ในที่นี้จะขอพูดถึงการแก้ปัญหาโดยการลงทุนเพื่อลดต้นทุนของธุรกิจอาหาร ร้านอาหารต่างๆยังเปิดได้ตามปกติเพียงแต่ต้องให้บริการเพียงประกอบอาหารให้ผู้บริโภคนำกลับไปทานยังที่พักอาศัยเท่านั้นลูกค้ามีจำนวนลดลงและมีความถี่ในการสั่งอาหารลดลง ร้านอาหารยังคงมีลูกค้าตามปกติเพียงแต่ลูกค้าลดน้อยลงและนานๆครั้งจะสั่งอาหารไปทาน ในกรณีแบบนี้ร้านอาหารยังมีหลายอย่างยังพอทำได้สำหรับการดูแลธุรกิจของตนเอง

1. การดูแลความสะอาดสร้างความมั่นใจให้ลูกค้ากลับมาบริโภคอาหารจากร้านของท่านซ้ำเดิม ท่านต้องทำให้อาหารของท่านปลอดภัย ขั้นตอน กรรมวิธีในการผลิตที่ต้องหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการสัมผัสกับเชื้อโควิทให้น้อยที่สุดในทุกขั้นตอน สำหรับอาหารที่ปรุงร้อนสามารถนำมาเป็นจุดขายในช่วงโควิทได้เพราะเชื้อโรคโควิท-19 ไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ในอาหารหากอาหารนั้นผ่านความร้อนเพื่อการปรุงสุก แน่นอนว่าเมื่อปรุงสุก การนำใสเเพ็กเกจจิ้งที่ปลอดภัย ปิดสนิท ช้อนและส้อมในถุงพลาสติก การบริการที่สะอาดจนถึงมือลูกค้า เพิ่มความมั่นใจในการบริโภคอาหารได้อย่างดี
2. การรุกตลาดออนไลน์ อาหารเดลิเวอรี่ สำหรับธุรกิจอาหารเป็นทางออกสำหรับการเพิ่มยอดจำหน่าย ในยุคนี้คงไม่มีร้านอาหารร้านไหนพลาด ไม่มีบัญชีสำหรับการขายอาหารบริการออนไลน์อยู่แล้ว สิ่งนี้เป็นเสมือนทางรอดของธุรกิจอาหารในยุคนี้เลยทีเดียว ในช่วงนี้แล้วอาจต้องเบนเข็มการลงทุนไปยังการแข่งขันบนตลาดออนไลน์มากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มลูกค้าสำหรับร้านอาหารของท่าน
3.การดูแล เก็บรักษาวัถุดิบให้สดใหม่และรักษาระยะเวลาให้นานขึ้น เมื่ออาจต้องเผชิญกับสภาวะที่ลูกค้าลดลงอย่างต่อเนื่อง การกักตุนวัตถุดิบเป็นความเสี่ยงที่ทำให้สูญเสียต้นทุนได้ง่ายๆ หากวัตถุดิบนั้นเน่าเสียไป แต่หากไม่มีการซื้อวัตถุดิบมาเก็บไว้ก็ไม่สามารถทำได้ในเมื่อการทำให้ธุรกิจอาหารอยู่รอด คือการแปลงวัตถุดิบอาหารให้กลายเป็นอาหารเพื่อเพิ่มมูลค่าให้วัตุดิบเหล่านั้นและทำให้กลายเป็นกำไรสำหรับการเพิ่มยอดจำหน่าย แม้ลูกค้า walk-in เข้ามาในร้านจะลดลงแต่ช่องทางในการจำหน่ายสินค้าก็ยังคงมีให้สามารถทำกำไรได้ อย่างช่องทางการขายอาหารเดลิเวอรี่ แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ลืมไม่ได้คือยุคนี้เป็นยุคของโรคระบาดอย่างโควิท-19 นี่คือความเสี่ยงที่ทุกคนต้องเตรียมรับมืออยู่เสมอ เราไม่สามารถแน่ใจได้เลยว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรที่เข้ามาทำให้สถานการณ์ในแต่ละวันเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างเพราะอย่างเมื่อ วันที่ 28 นี้ที่มีการประกาศใช้มาตรการณ์ฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นแล้วแม้ผู้ประกอบการจะมีช่องทางจำหน่ายอยู่ เพียงแต่ผู้ประกอบการยังต้องหาหนทางสำหรับการดูแลรักษาวัตถุดิบของท่านให้สาารถเก็บรักษาได้ยาวนานขึ้นหรือก็คือต้องบริหารจัดการกับวัตถุดิบให้เป็นระบบมากขึ้น

แล้วจะทำอย่างไรดีสำหรับการบริการวัตถุดิบในการประกอบอาหารในสถานการณ์เช่นนี้ แนวทางไหนที่จะสามารถเข้ามาช่วยจัดการ ดูแล วัตถุดิบได้
3.1 การถนอมวัตถุดิบอาหารโดยการสร้างห้องเย็น เพื่อคงสภาพความสดของอาหารให้สามารถเก็ยรักษาได้อย่างยาวนานขึ้น
– ห้องเย็นสำหรับเก็บผัก ผลไม้สด (Chill Room)ห้องเก็บผักและผลไม้สดทั่วไป ทั่วไปมักใช้อุณหภูมิอยู่ที่ +4 ถึง 0 องศาเซลเซียส บางแห่งมีการควบคุมความชื้นสัมพพัทธ์ด้วยให้เหมาะกับการเก็บผัก
หรือผลไม้นั้นๆ
-ห้องเย็นสำหรับเก็บอาหารเเช่แข็ง (Cold Room) ทั่วไปแล้วมักจะใช้อุณหภูมิอยู่ที่ -18 จนถึง -25 องศาเซลเซียส สำหรับการรักษาความสดของอาหารโดยชะลอการเติบโตของจุลินทรีย์ที่อยู่ในอาหาร
ทำให้สามารถเก็บรักษาอาหารได้ยาวนานขึ้น ซึ่งหากเป็นห้อง Cold Room ที่ออกแบบมาอย่างมีมาตรฐานจะสามารถเก็บรักษาอาหารได้ยาวนาน 2 ปีเลยทีเดียว
-ห้องแช่แข็งแบบลมเเรง (Air Blast Freezer) เป็นการเก็บรักษาคุณภาพของเนื้อสัตว์คุณภาพสูง รักษาเซลล์ของเนื้อสัตว์ไม่ให้ฉีกขาด และมีความยืดหยุ่นของเนื้อสัตว์ใกล้เคียงกับก่อนเเช่แข็งสินค้าที่คงสภาพไว้จะมีความสดใหม่คุณภาพสูงเลย

หากคุณกำลังมองหาการลงทุนธุรกิจอาหารในระยะยาว และกำลังผลักดันธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง การสร้างห้องเย็นเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้สำหรับการเก็บรักษาวัตถุดิบของคุณ

3.2 นวัตกรรมการใช้พลังงานจากกระเเสไฟฟ้าในการทำลายเชื้อจุลินทรีย์ (Pulsed Electric Field : PEF) เป็นการใช้เทคนิคของสนามไฟฟ้าแรงสูง โดยให้กระเเสไฟฟ้าที่มีความเข้มของสนามไฟฟ้าสูง มีลักษณะเป็นจังหวะ (Pulse)กับอาหาร ผ่านขั้วอิเล็กโทรดในช่วงเวลาสั้น จัดเป็นวิธีการแปรรูปอาหารแบบไม่ใช้ความร้อนชนิดหนึ่ง สามารถรักษาคุณภาพอาหารและคงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารได้ยาวนานขึ้นเมื่อนำอาหารไปเก็บในอุณภูมิต่ำ
3.3 เครื่องซีลอาหารด้วยเครื่องแพ็คอาหารแบบสูญญากาศ จะสามารถช่วยยืดอายุการเก็บรักษาอาหารได้นานขึ้นเนื่องจากได้ทำการขจัดอากาศออกจากชิ้นอาหารซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้อาหารเน่าเสียง่าย นอกจากนั้นยังป้องกันตัวมอดและแมลงต่างๆที่จะสามารถเติบโตได้หากมีอากาศ หมดปัญหากลิ่นเหม็นหืนที่มักจะเกิดขึ้นจากปฏิกริยาออกซิเดชันจากอากาศ หมดปัญหาเรื่องของความชื้น นำไปแช่เย็นได้ยาวนาน สามารถขนส่งอาหารได้ในระยะไกลโดยที่สามารถรักษาความสดใหม่และคงรูปอาหารเอาไว้ได้เหมือนสดใหม่
3.4 ตู้เเช่อาหารทั่วๆไป ตู้เเช่อาหารนั้นมีขายมากมายแต่หากผู้ประกอบการ ลงทุนกับตู้เเช่อาหารที่มีคุณภาพ สามารถปรับอุณภูมิได้ตามความต้องการหรือเลือกที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการเก็บอาหารประเภทต่างๆก็จะสามารถปรับเปลี่ยนหมุนเวียนเก็บวัตถุดิบในแบบต่างๆได้ การมีตู้แช่คุณภาพสูงนั้นสามารถตอบโจทย์ผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ต้องการจัดการบริหารการจัดเก็บวัตถุดิบให้สามารถคงความสดใช้ได้ยาวนานขึ้น เพราะไม่ต้องลงทุนเยอะที่ต้องสร้างห้องเย็นแบบต่างๆ เพียงแต่มีตู้เเช่เย็นอาหารที่มีคุณภาพ 2 -3 ตู้ ก็สามารถจัดเก็บอาหารประเภทต่างๆ ให้สามารถใช้ประกอบอาหารได้ยาวนานขึ้นแล้ว

จำหน่ายเครื่องซีลสูญญากาศ

Close

SU-310 (300 series)

รุ่นสินค้า : Vacuum Sealer SU-310 ขนาดสินค้า : ความกว้าง : 384 mm x ความลึก: 465 mm x ความสูง : 403 mm น้ำหนักสินค้า : 39.5 Kg แรงดันสุญญากาศ (มากสุด) : 2 mbar ระดับเสียง (1m.) : 75 dB(A)
Close

SU-606 (600 Series)

รุ่นสินค้า : Vacuum Sealer SU-606 ขนาดสินค้า : ความกว้าง : 740 mm x ความลึก : 566 mm x ความสูง : 997 mm น้ำหนักสินค้า  : 159 Kg แรงดันสุญญากาศ (สูงสุด)  : 0.5 mbar ระดับเสียง (1m.) : 75 dB(A)
Close

SU-6160 (6000 Series)

รุ่นสินค้า : Vacuum Sealer SU-6160 ขนาดสินค้า : ความกว้าง : 1640 mm x  ความลึก : 874 mm x  ควาสูง: 1370 mm น้ำหนักสินค้า : 360 Kg แรงดันสุญญากาศ (สูงสุด) : 0.5 mbar ระดับเสียง (1m.) : 75 dB(A)

จำหน่ายตู้เเช่เย็นถนอมอาหาร

Close

FTW-186LS4

รุ่นสินค้า : FTW-186LS4 ขนาดสินค้า : 1,800 x 600 x 850 mm. อุณหภูมิปรับระดับ : -7°C to -23°C ความจุ :  385 L กำลังไฟฟ้า : 670 W ประเภทเเสง : LED สารทำความเย็น : R404a ประตู / ชั้นวางของ : 3 ประตู /6 ชิ้น
Close

ตู้เเช่เย็น HRE-77MA

รุ่นสินค้า  HRE-77MA  : ตู้เย็น 2 ประตู อุณหภูมิปรับระดับ  :    -2°C to 12°C ตัวเครื่อง   :   สแตนเลส  ( ประตูด้านหน้า,  แผงหน้าปัด) ขนาดด้านนอก (W x D x H)  :  700 x 800 x 2,050 mm * ความสูงรวมขาตั้ง 150mm แรงดันไฟฟ้า AC   :   220-240V, 50Hz /60Hz ความจุ   :    600 L น้ำหนักสินค้า (สุทธิ)   :  111 KG
Loader Loading...
EAD Logo Taking too long?
Reload Reload document
| Open Open in new tab

Download

Close

ตู้เเช่เย็น HRE-127MA

รุ่นสินค้า  HRE-127MA    :   ตู้แช่แข็ง 4 ประตู อุณหภูมิปรับระดับ    :   -2°C to 12°C ตัวเครื่อง    :    สเเตนเลส (ประตูด้านหน้า, แผงหน้าปัด) ขนาดด้านนอก (W x D x H)   :    1,200 x 800 x 2050 mm * ความสูงรวมขาตั้ง 150 mm แรงดันไฟฟ้า AC    :    220-240V, 50Hz /60Hz ความจุ  :    1,110 L น้ำหนักสินค้า  (สุทธิ)   :   130 KG
Loader Loading...
EAD Logo Taking too long?
Reload Reload document
| Open Open in new tab

Download

ติดตั้งห้องครัว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *