Uncategorized

ทำอย่างไรดีเมื่อต้องการเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ด้วยร้าน kiosk

1.กำหนดธุรกิจที่คุณสนใจและมีความสามารถเกี่ยวข้อง การเลือกทำธุรกิจที่เรามีความสนใจแทนที่จะมองว่าธุรกิจนั้นทำเงินได้เท่าไร ข้อดีสำหรับส่วนนี้คือเราจะมีทักษะในการทำได้ดีกว่า เราจะมีความกระตือรือร้นและมีความสุขกับสิ่งที่เราทำมากกว่าการเลือกทำธุรกิจแบบอื่นๆ เมื่อเรากำหนดธุรกิจที่เหมาะสมกับเราได้แล้วหลังจากนั้นให้เราทำการศึกษาหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราจะทำ เนื่องจากการทำธุรกิจสำหรับคนที่ไม่เคยเริ่มมาก่อนย่อมไม่มีข้อมูล การไม่มีข้อมูลแล้วลงมือทำเลยนั้นย่อมมีโอกาสผิดพลาดสูง การมีข้อมูลเปรียบเสมือนรากฐานที่ดี อย่าลงมือทำโดยทันที การลองผิดลองถูกมีโอกาสผิดพลาดสูง อย่าชะลาใจเนื่องจากเป็นธุรกิจเล็กๆหากไม่ศึกษาข้อมูลให้ดี เมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาก็จะทำให้เสียเวลาและเงินสำหรับการแก้ไข บางครั้งข้อผิดพลาดเล็กๆอาจทำให้ธุรกิจ ไปต่อไม่ได้เลยทีเดียว

2.เมื่อกำหนดธุรกิจที่ต้องการได้เรียบร้อยแล้ว ต่อมาเราก็มาสำรวจเงินทุน เช็คดูว่าเรามีต้นทุนอะไรบ้างอย่างเช่น ทำเลที่ต้องการทำอาจไม่ต้องจ่ายค่าเช่า อาจเป็นแหล่งชุมชนแถวบ้าน เช็คลิสรายการที่ต้องมีค่าใช้จ่าย และ อย่าลืมนึกถึงทุนสำรองสำหรับเมื่อธุรกิจนั้นมีปัญหาแบบนี้จะทำให้เรามีสภาพคล่องมากขึ้นสำหรับการดำเนินธุรกิจเมื่อเรากำหนดทุนที่ต้องได้คร่าวๆแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือสำรวจเงินเก็บ หากว่าเงินเก็บไม่เพียงพอเราสามารถมองหาช่องทางอื่นๆ อย่างเช่นการกู้ธนคารแต่หากธุรกิจของคุณไม่ได้ต้องการเงินจำนวนมากนักเพราะต้องการเริ่มต้นเพียงธุรกิจขนาดเล็ก ก็สามารถมองหาช่องทางการเงินอื่นๆ อย่างเช่น ครอบครัว ญาติ หรือเพื่อน การหยิบยืมเงินจากคนใกล้ชิดนั้นเราสามารถพูดคุยกันได้และที่สำคัญคือไม่มีดอกเบี้ย หากขัดสนยังพูดคุยกันได้ วิธีอื่นสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ อาจเริ่มต้นโดยการร่วมลงทุนกับผู้อื่นที่ไว้ใจได้ การร่วมลงทุนกับผู้อื่นทำให้เรามีเพื่อนคู่คิดสำหรับการดำเนินธุรกิจนั้น ความเสี่ยงนั้นถูกแบ่งครึ่งออกไปแบกรับความเสี่ยงคนละครึ่งกับเพื่อนหากผิดพลาดไปก็ไม่เจ็บตัวมากนัก นอกจากนี้เรายังสามารถบริหารเงินทุนของเราด้วยการลดต้นทุนในส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป อย่าเพิ่งนึกถึงร้านที่ใหญ่โต ฟังก์ชั่นครบครัน ควรเริ่มต้นจากเล็กๆ ค่อยๆเพิ่มฟังก์ชั่นเหล่านั้นในวันหลังให้ค่อยๆทำการสำรวจความต้องการของลูกค้าที่ใช้บริการเป็นหลักไม่งั้นแล้วจะเปลืองเงินทุนโดยเปล่าประโยชน์ และสำรวจดูว่าค่าใช่จ่ายส่วนใดบ้างที่สามารถลดทอนไปก่อนได้

3.เลือกประเภทของร้าน หรือธุรกิจ ธุรกิจรายย่อยที่เราเห็นเป็นจำนวนมากที่ดำเนินธุรกิจได้อย่างไม่ยากนัก คือการทำธุรกิจแฟรนไชน์ สำหรับการบริหารจัดการต่างๆนั้นเราจะได้เรียนรู้จากเจ้าของธุรกิจโดยตรง จึงไม่ต้องเสียเวลาหาข้อมูลและทำการลองผิดลองถูกด้วยตนเอง ลดโอกาสพลาดพลั้งสูญเสียเงิน และไม่ต้องเสียเวลาทำการตลาดมากนักเนื่องจากแบรนด์เเฟรนไช์นั้นได้เป็นที่รู้จักสำหรับผู้บบริโภคพอสมควรแล้ว บางแฟรนไชน์ติดตลาดเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว เมื่อพูดถึงเเฟรนไชน์แล้วก็จะไม่พูดถึง อาหารรถเข็นไม่ได้ นี่เป็นธุรกิจขนาดย่อมที่เป็นเจ้าของตนเอง ธุรกิจชนิดนี้ใช้เงินลงทุนประมาณหนึ่ง อาศัยฝีมือในการทำอาหารและทำเลเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีธุกิจ SME หรือที่เรียกว่า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นธุรกิจที่ทำการดำเนินทางด้านของการผลิต จำหน่าย นับเป็นธุรกิจขนาดย่อม จัดเป็นธุรกิจขนาดเล็กและอิสระ ไม่อยู่ใต้การควบคุมของธุรกิจหรือบุคคลอื่นบุคคลใดโดยเป็นธุรกิจที่มีต้นทุนในการลงทุนต่ำ เหล่านี้ล้วนเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ เมื่อทำการศึกษาหาข้อมูลของธุรกิจเหล่านี้อย่างครบถ้วนแล้ว ให้เราพิจารณาสิ่งที่เรามีความสนใจและทักษะเพื่อเริ่มต้น ลง ทุนในลำดับถัดไป อย่าลืมว่าการทำธุรกิจที่ดีคือการวางแผนงานที่ดี

4.เลือกติดตั้งร้าน โดยปกติหากเราซื้อแฟรนไชน์ของสินค้ามา เราก็จะได้แบบร้านมาด้วยไม่จำเป็นต้องจ้างนักออกแบบเพิ่ม ร้านเหล่านี้มักอยู่ในรูปแบบ Kiosk การติดตั้งร้านในรูปแบบ kiosk นั้นมีข้อดีในเรื่องของการลงทุนไม่มากนัก สามารถสร้างได้ในหลายทำเลเนื่องจากขนาดไม่ได้ใหญ่มาก ด้วยขนาดที่ไม่ได้ใหญ่โตมากนักนี้ทำให้ต้นทุนก็ไม่ได้สูงตามไปด้วยkiosk นั้น ไม่มีรูปแบบตายตัวทำจากวัสดุหลายชนิดเราสามารถปรึกษาเรื่องวัสดุกับผู้รับเหมาเพื่อลดต้นทุนในบางส่วนได้ รูปแบบร้านอย่างรถเข็นเองก็มีทั้งแบบสำเร็จ และสามารถสั่งทำได้สำหรับบางธุรกิจอาจอาศัยการเช่าห้างร้าน ทำเลต่างๆ ทั้งหมดนี้เราต้องเลือกให้เหมาะสมกับธุรกิจของเราสอดคล้องกับความนิยมของผู้บริโภค

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *