Uncategorized

การเลือกตู้แช่และการบำรุงรักษา

 

ปัจจุบันตู้แช่แข็งได้กลายเป็นส่วนสำคัญของห้องครัวเปรียบเสมือนหัวใจหลักเลยทีเดียว ของธุรกิจประเภทต่างๆเนื่องจากเพราะการแช่แข็งเป็นวิธีการถนอมอาหารที่ได้ผลดีและมีประสิทธิภาพในการถนอมอาหารทีดีที่สุดและนิยมใช้กันอย่างเเพร่หลาย การแช่อาหารด้วยอุณภูมิต่ำช่วยยืดอายุของอาหารได้ดีเนื่องจากวิธีการดังกล่าวเป็นการป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นตัวการทำให้อาหารเน่าเสีย แต่แบททรเรียนั้นสามารถยับยั้งได้ด้วยการแช่แข็งการแช่แข็งจะช่วยลดอุณหภูมิของอาหารและตู้แช่แข็งให้อยู่ที่ประมาณ -18 องศาเซลเซียสอาจจะต่ำหรือสูงกว่านั้นก็ได้ อุณหภูมิที่เย็นจัดนี้เองที่ชะลอการเติบโตของแบคทีเรียและชะลอการเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่ส่งผลต่อคุณภาพของอาหารที่ดีที่สุดในตอนนี้

เลือกตู้แช่แบบไหนที่เหมาะกับเรา
การที่เราเลือกตู้แช่ให้เหมาะสมกับการใช้งานนั้น จะช่วยเพิ่มความสะดวกและลดขั้นตอนการทำงานให้กับร้านหรือธุรกิจของเราโดยตรงเลยทีเดียว ตู้แช่แต่ละประเภทมีการออกแบบและควบคุมอุณหภูมิที่แตกต่างกันเราควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานของเราสำหรับตู้แช่ของสด ตู้แช่น้ำแข็ง ตู้แช่ไอติม ตู้แช่เบียร์วุ้น ตู้แช่เค้ก ตัวอย่างเช่น ผักและผลไม้จะใช้อุณภูมิอยู่ที่ประมาณ 10 องศาเซลเซียสเพื่อถนอมคุณภาพของสินค้า ส่วนนมและเครื่องดื่มมักจะรักษาเอาไว้ที่อุณหภูมิประมาณ 4-7 องศาเซลเซียส จะรักษารสชาติและคุณภาพเอาไว้ได้ดีที่สุด สำหรับราคาตู้แช่แข็งและราคาตู้แช่เย็นจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย การเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด

1.เลือกตู้แช่แข็งให้สอดคล้องกับขนาดและสถานที่
การเลือกขนาดของตู้ให้เหมาะสมกับสถานที่ สำหรับสถานที่ที่วางตู้หากมีผู้คนพลุกพล่านผ่านไปมาเยอะเราอาจเลือกตู้ที่เปิดง่ายและจำเป็นจะต้องเป็นชนิดที่ประหยัดไฟด้วยเพราะการเปิดปิดตู้บ่อยๆนั้นค่อนข้างกินไฟ
และขนาด ขนาดนั้นจะขึ้นอยู่กับจำนวนสินค้าที่คุณจะต้องใส่ และหากคุณเปิดธุรกิจขนาดกลาง ตู้แช่แข็งที่เลือกก็จำเป็นจะต้องสอดคล้องกับขนาดของธุรกิจขิงคุณ

2. สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือต้องเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน
พิจารณาการใช้งานของเราเป็นหลัก เราต้องการซื้อตู้แช่มาใช้งานแบบใด ตู้แช่เบเกอรี่และตู้แช่เครื่องดื่มนั้นมีการทำงานของอุณหภูมิที่แตกต่างกันไม่ควรซื้อมาใช้รวมกัน หลักการทำอุณหภูมิสำหรับเค้กคือการระบายความร้อนด้วยพัดลมระบายความร้อนด้วยพัดลมเป็นรูปแบบของการระบายความร้อนที่ใช้อากาศเป็นสื่อกลางในการทำความเย็นของตัวเค้ก เพิ่มพื้นผิวของวัตถุที่ต้องการระบายความร้อนโดยการเพิ่มในส่วนของอัตราการไหลของอากาศผ่านวัตถุต่อหน่วยเวลาการทำงานของตู้เเช่เครื่องดื่มเป็นการบีบอักสารทำความเย็นส่งไปยังโซนเครื่องทำความเย็น ลดความดัน สารทำความเย็นดังกล่าวจะดูดซับความร้อนจำนวนมาก เครื่องทำความเย็นการดูดซึมความร้อนระเหยพื้นที่หลังจากเย็น จะผ่านอากาศพัดลมผ่านเครื่องทำความเย็นระเหย และเป่าออก ยัง ตู้เย็นที่ ทั้งสองแบบเป็นการให้อุณหภูมิที่แตกต่างกัน การควบคุมอุณหภูมิเองก็แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นควรเลือกให้เหมาะสมกับสิ่งที่เราจะนำไปใช้ นอกจากนี้เราควรพิจารณาว่าธุรกิจของเรานั้นเป็นธุรกิจประเภทไหน ปกติแล้วธุรกิจที่นิยมนำตู้แช่เข้ามาบริการลูกค้าก็จะมีดังนี้ ธุรกิจร้านอาหารนี่เป็นธุรกิจที่ต้องเน้นคุณภาพของอาหารให้มีความสดใหม่อยู่เสมอ การรักษาคุณภาพของอาหารโดยการใช้อุณหภูมิเป็นตัวช่วย นั้นมีความสำคัญที่สุดในการช่วยถนอมคุณค่าของอาหาร ให้คงความสดใหม่ ในการนำมาประกอบอาหาร รวมไปถึง ผลไม้ต่างๆ ที่ต้องการคงรสชาติ ความกรอบ ความสดใหม่ให้คงอยู่ได้นานที่สุด ยิ่งเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ด้วยแล้ว การกักตุนอาหารนั้นย่อมสำคัญมากตู้แช่ที่ต้องใช้ยิ่งต้องมีประสิทธิภาพมากๆเลยทีเดียว ธุรกิจต้อมาคือธุรกิจของชำ เรามักคุ้นตากันดีกับตู้เเช่เครื่องดื่มกระจกใสตามร้านขายของชำที่มีไว้ให้ลูกค้าเลือกเครื่องดื่มต่างๆ ตู้เเช่เครื่องดื่มในร้านขายของชำเหล่านี้มักกินไฟมากทีเดียวเพราะการเปิดปิดตู้ในการเลือกซื้อเครื่องดื่มของลูกค้า ตู้แช่ที่ดีสำหรับร้านของชำควรเลือกที่มีหลายประตูเพราะเวลาลูกค้าเปิดความเย็นจะได้เล็ดลอดออกมาน้อยกว่าการเปิดประตูบานใหญ่เลยทีเดียว ธุรกิจต่อมาคือธุรกิจร้านเบเกอรี่ ตู้แช่สำคัญต่อธุรกิขเบเกอรี่มากที่สุดสำหรับการดูแลคุณภาพของอาหาร จำพวกขนมหวานอย่างเค้ก เบเกอรี่ ตู้แช่จึงเป็นอุปกรณ์ที่ร้านเบเกอรี่ขาดไม่ได้ สำหรับเวลาที่จะต้องเลือกตู้แช่เค้กให้พิจารณาเป็นวัสดีที่ทำมาจากสแตนเลสจะดีกว่าเหล็กชุบสี เพราะจะช่วยทำให้ไม่เกิดสนิมในอนาคตธุรกิจต่อมาคือ ธุรกิจสำหรับเครื่องดื่มชิลๆ แน่นอนสิ่งแรกที่ต้องนึกถึงคือตู้เเช่เบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ และธุรกิจที่ต้องใช้ตู้เเช่ในปริมาณเยอะอย่าง ซุปเปอร์มาเก็ต ที่ได้ชื่อว่าคือแหล่งรวมวัตถุดิบสดๆ หลากหลายธุรกิจเหล่านี้จำเป็นต้องมีตู้เเช่เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้า

3. ควรคำนึงถึงการใช้งานที่ยาวนาน ความคงทน แข็งแรงในการใช้งานของตู้
ตู้แช่ที่มีความทนทานสูง และ มีคุณภาพที่ดี สามารถสังเกตุได้จากยี่ห้องหรือจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ คุณภาพทำให้ตู้แช่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และหมดปัญหาเรื่องของการซ่อม หากเราไม่ละเอียดในการเลือกตู้เเช่
เราอาจต้องมานั่งปวดหัวกับปัญหาจุกจิกมากมายที่จะตามมาในภายหลัง

4. เลือกตู้แช่ที่มีคุณสมบัติประหยัดพลังงาน
การเลือกตู้แช่ที่ประหยัดพลังงานนั้นสำคัญมากเพราะตู้เเช่นั้นจะต้องเปิดการใช้งานตู้แช่ไว้ทั้งวันทั้งคืน เพราะฉะนั้นอย่าลืมที่จะเลือกตู้เเช่ที่ทำงานด้วยระบบที่ประหยัดไฟ ได้รับการรับรองมาตรฐานจากผู้ผลิต ระบบไฟที่่ดี
จะต้องมีระบบการตัดไฟอัตโนมัติเสมอเมื่ออุณหภูมิของตู้อยู่ในลักษณะอุณหภูมิคงที่ นอกจากประสิทธิภาพของตู้แล้วการใช้งานอย่างถูกต้องก็ยังช่วยในการประยัดไฟได้อีกมากเลย สามารถทำได้ดังนี้
4.1 อย่างที่เคยกล่าวไปการเลือกขนาดของตู้ให้สอดคล้องกับการใช้งานอีกสิ่งที่สำคัญคือช่วยในเรื่องการการประหยัดไฟมาก หากเราเลือกตู้แช่เย็นที่มีขนาดใหญ่เกินไป ทำให้เปลืองค่าไฟโดยไม่ใช่เหตุ
4.2 หลักการปฏิบัติในการใช้ตู้เเช่เย็นนั้น สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างเด็ดขาดนั้นก็คือ การห้ามนำของร้อน ไปแช่ในตู้แช่อย่างเด็ดขาดเพราะสิ่งนี้แหละคือสิ่งที่เป็นต้นเหตุแห่งการทำงานหนักของตู้แช่อย่างมาก เมื่อคุณอบเค้กเสร็จใหม่ๆรอให้หายร้อนก่อน แล้วจึงค่อยนำไปแช่
4.3 การวางตู้แช่เค้ก ควรนำมาวางให้ห่างกับฝาผนังอย่างน้อย 5 cm เพื่อให้ตู้แช่มีการระบายความร้อนได้ดี และต้องวางใวให้ห่างกับอุกปกรณ์ทำความร้อนอื่นๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นเตาอบ กาต้มนำ ต่างๆ ทำให้ประหยัดไฟมากขึ้น
4.4 หมั่นดูแลรักษา ทำนุบำรุงบ่อยๆ อย่างการทำความสะอาดคอยล์เย็นเป็นประจำ เพื่อให้การทำงานของคอยล์มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้ดีเหมือนดั่งเช่นเดิม
4.5 การนำเค้กในตู้เเช่เค้กไปแช่ไว้ในตู้เย็นในช่วงร้านปิดจะช่วยให้ประหยัดไฟได้มากทีเดียว แต่หากต้องการรักษาคุณภาพของเค้กให้ดีที่สุดแนะนำว่าซื้อตู้แช่ที่มีระบบประหยัดไฟจะดีที่สุด

5.พิจารณาโครงสร้างทั้งภายในและภายนอกของตู้เเช่
นอกจากโครงสร้างที่ดูแข็งแรงทนทาน ควรเช็คว่าตู้แช่ที่เราจะซื้อ มีฉนวนป้องกันความร้อน และแผงระบายความร้อนที่มีคุณภาพหรือไม่ ทางที่ดีควรมีการเคลือบสารป้องกันการเกิดสนิม ส่วนภายใน
ควรมีตะกร้า สำหรับวางของ และไฟส่องสว่างอัตโนมัติ อำนวยความสะดวกมาอย่างเต็มที่

วิธีการดูแลรักษาตู้เเช่แข็ง
1. การทำความสะอาดรักษาตู้เเช่เย็น
การทำความสะอาดตู้แช่คุณควรใช้ผ้าชุบน้ำที่ผสมน้ำยาทำความสะอาดหรือทางที่ดีควรเพิ่มการป้องกันแบคทีเรียและควรระมัดระวังน้ำยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อนแล้วเช็ดคราบสกปรกต่าง ๆ จากนั้นใช้ผ้าแห้งจะเป็นขนหนูหรือผ้านอื่นๆที่อ่อนนุ่มแห้งเช็ดตู้แช่ภายในให้สะอาดเพื่อไล่ความชื้น สิ่งสกปรกตกที่ค้าง อย่าลืมกำจัดกลิ่นอันไม่พึ่งประสงค์จากนั้นจึงค่อยเริ่มการทำงานของตู้แช่อีกครั้ง รอให้อุณหภูมิของตู้แช่แข็งเย็นจนถึงจุดที่เหมาะสมก่อนแล้วจึงนำอาหารลงไปแช่ภายหลังป้องกันการเสียหายของคุณภาพสินค้า

2. อย่าละเลยการละลายน้ำแข็งสำหรับตู้แช่แข็ง
การละเลยน้ำแข็งต้องทำเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อยืดอายุการใช้งานตู้แช่แข็งของคุณ การละลายน้ำแข็งจะช่วยให้ตู้แช่ทำงานน้อยลงและได้รับพื้นที่ที่เคยเป็นน้ำแข็งไว้เก็บรักษาอาหารอื่นๆเพิ่มมากขึ้น
การปล่อยให้น้ำแข็งเกาะจนเต็มตู้นั้นทำให้ ตู้สูญเสียพื้นที่ในการเก็บรักษาอาหาร เครื่องมีประสิทธิภาพในการรักษาอุณหภูมิมากขึ้นด้วย การเลือกตู้แช่ที่มีฟังก์ชั่นในการละลายน้ำแข็งก็เป็นอีกส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาตู้แช่ได้ดีขึ้นการละลายน้ำแข็งสำหรับตู้แช่แข็งที่ไม่มีฟังก์ชันละลายน้ำแข็งอัตโนมัตินั้นเริ่มต้นจากถอดปลั๊กให้เรียบร้อย แล้วรอให้ช่องแช่แข็งละลายน้ำแข็งออกไป

3. แบ่งอาหารใช้ถุงซิปล็อค
ควรแบ่งอาหารที่ต้องแช่แข็งเป็นส่วนย่อย จัดลำดับจากวันที่ซื้อนำเข้าแช่ จะได้รู้ว่าอาหารส่วนไหนควรนำมาบริโภคก่อนหลังอย่างเป็นระบบ แทนการแช่รวมกันในแบบคละๆกันไปแล้วเร่งอุณหภูมิเพราะกลัวอาหารบางส่วนจะเสียอีกทั้งการเพิ่มอุณภูมิที่มากเกินไปทำให้เกิดก่อนน้ำแข็งเกาะขึ้นเป็นจำนวนมาก และยังต้องเสียเวลาไปกับการละลายน้ำแข็งนานพอสมควร ดังนั้นควรแบ่งใส่ถุงพลาสติกหรือกล่องภาชนะที่มีฝาปิด
อาหารแช่แข็งส่วนใหญ่ควรเก็บไว้ไม่เกิน 3 เดือน

4. คอยเช็คอุณหภูมิ
การตั้งค่าอุณหภูมิของตู้เย็นให้เหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งในการบำรุงรักษาตู้แช่ไม่ให้ทำงานหนักเกินไปและเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้อาหารของคุณยังคงความสดใหม่พร้อมสำหรับการนำไปบริโภคอยู่เสมอ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *